NIVEA ตอกย้ำผู้นำตลาดสกินแคร์ไทย ชี้ทิศทางอุตสาหกรรม เดินหน้าสู่ยุค “Science-Driven Skincare”

นีเวีย (NIVEA) แบรนด์สกินแคร์ระดับโลก เดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดสกินแคร์ประเทศไทย ท่ามกลางการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมความงามที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ ที่มุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรมที่มีรากฐานทางวิทยาศาสตร์ ควบคู่กับการตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่อย่างตรงจุด

ในฐานะแบรนด์สกินแคร์อันดับ 1 ของโลกที่ได้รับความไว้วางใจมายาวนานกว่า 100 ปี นีเวียมีวางจำหน่ายในกว่า 173 ประเทศ และเข้าถึงผู้บริโภคหลายร้อยล้านคนทั่วโลก โดยในประเทศไทย นีเวีย ครีม ได้เริ่มจำหน่ายตั้งแต่ปี พ.ศ. 2469 และในปีนี้ถือเป็นการครบรอบ 100 ปีของการดูแลผิวคนไทย สะท้อนถึงความผูกพันและความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมีต่อแบรนด์อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ นีเวีย ครีม มียอดขายสูงถึง 5 ชิ้นต่อวินาที หรือเกือบ 33 ล้านชิ้นต่อปีทั่วโลก

เภสัชกรหญิงวราพร ลิขิตจรรยากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไบเออร์สดอร์ฟ ประเทศไทย กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลากว่า 100 ปี นีเวียเติบโตจากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทั่วโลก และในประเทศไทยเอง เรามีความผูกพันกับผู้บริโภคมายาวนาน การครบรอบ 100 ปีในปีนี้ไม่เพียงสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ แต่ยังตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของเราในการดูแลผิวของคนไทยอย่างต่อเนื่อง”

ความแข็งแกร่งของนีเวียมาจากความเชี่ยวชาญด้าน Skin Science และการวิจัยผิวหนังอย่างลึกซึ้ง โดย Beiersdorf ลงทุนด้าน Research & Development มากกว่า 270 ล้านยูโรต่อปี หรือเกือบ 10,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนานวัตกรรมด้านการดูแลผิว พร้อมเครือข่ายศูนย์วิจัยระดับโลกที่แฮมเบิร์ก ประเทศเยอรมนี รวมถึงศูนย์นวัตกรรมในเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน และรัฐนิวเจอร์ซีย์ ประเทศสหรัฐอเมริกา รวมถึงศูนย์นวัตกรรมในระดับท้องถิ่นที่ญี่ปุ่น บราซิล และอินเดีย ซึ่งช่วยให้สามารถทำงานใกล้ชิดกับผู้บริโภคในแต่ละภูมิภาค เข้าใจปัญหาผิว และพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ภาพรวมตลาดสกินแคร์ในประเทศไทยมีมูลค่าประมาณ 109,906 ล้านบาท และเติบโต 9.4% ในปี 2025 (Euromonitor) โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ตลาดเติบโตเฉลี่ย 9% ต่อปี แม้ในภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย แนวโน้มสำคัญที่ขับเคลื่อนตลาด ได้แก่ การให้ความสำคัญกับ Skin Health ความต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และผ่านการทดสอบทางผิวหนัง การเติบโตของ targeted skincare และความสนใจใน sustainable beauty ซึ่งกำลังผลักดันให้ตลาดเปลี่ยนจาก beauty-driven ไปสู่ science-driven skincare อย่างชัดเจน

ภายใต้แนวคิด “NIVEA is for Skin” นีเวียมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์จากนวัตกรรมที่มีรากฐานทางวิทยาศาสตร์ สู่ผลลัพธ์ที่พิสูจน์ได้จริง โดยมีการวิจัยอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพต่อผิวของผู้บริโภคอย่างแท้จริง หนึ่งในหลักฐานสำคัญคือ “Thiamidol” ส่วนผสมที่ใช้เวลากว่า 11 ปีในการคิดค้น เพื่อช่วยลดเลือนฝ้า กระ และจุดด่างดำอย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ทำร้ายผิว

นอกจากนี้ นีเวียยังเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกการวิจัยด้านการปกป้องแสงแดดมายาวนานกว่า 80 ปี มีกันแดดชิ้นแรกคือ NIVEA Ultra Oil ใน 1936 และในปี 1946 นักวิจัยของ Beiersdorf ได้ร่วมมือกับ ศาสตราจารย์รูดอล์ฟ ชูเซ นักฟิสิกส์ผู้เชี่ยวชาญด้านรังสี ในการค้นหาวิธีการวัดเพื่อป้องกันผลกระทบจากแสงแดดอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่ง เป็นจุดเริ่มต้นของการกำหนดค่า SPF ในผลิตภัณฑ์กันแดด และได้ร่วมกับ สมาคมเครื่องสำอางแห่งยุโรป COLIPA หรือที่ปัจจุบันรู้จักกันในชื่อ Cosmetics Europe ในการเริ่มแนะนำแนวทางการใช้ค่า SPF และกำหนดขั้นตอนมาตรฐานในการวัดค่า SPF ในยุโรป เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ถึงมาตรฐานและความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์กันแดด

โดยปัจจุบันผลิตภัณฑ์กันแดดของนีเวียสามารถปกป้องผิวได้อย่างครอบคลุมทั้งรังสี UVA และ UVB พร้อมผสานสาร Antioxidant เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อผิวจากปัจจัยภายนอก และทำให้นีเวียเป็นแบรนด์กันแดดอันดับ 1 ของโลก จากการจัดอันดับโดย Euromonitor

สำหรับนีเวีย นวัตกรรมไม่ได้หมายถึงเพียงการเปิดตัวสินค้าใหม่ แต่คือการพัฒนาสกินแคร์ที่มีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์อย่างแท้จริง ผ่านการวิจัยผิวในเชิงลึก การทดสอบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง และการทดสอบทางคลินิก เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์มีความปลอดภัยและให้ผลลัพธ์ที่พิสูจน์ได้

ในปีที่ผ่านมา นีเวียได้เปิดตัวนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย Derma Control เน้นการบำรุงผิวใต้วงแขน นับเป็นการเปิดเซกเมนต์ใหม่ในตลาดดีโอ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกายที่อัปเกรดสูตรด้วยส่วนผสมสกินแคร์ เช่น Gluta และ Niacinamide รวมถึง NIVEA Skin Glow Serum ที่ผสาน Thiamidol เพื่อการดูแลปัญหาผิวอย่างตรงจุด โดยหมวด Face Care ถือเป็นหนึ่งในหมวดที่เติบโตเร็วที่สุดของตลาด และเป็นหนึ่งใน Strategic Growth Engine ของนีเวีย ปัจจุบัน Face Care มีสัดส่วนประมาณ 83% ของตลาดสกินแคร์ในประเทศไทย และเติบโต 9.5% ในปี 2025 (Euromonitor) สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการดูแลผิวหน้า โดยเฉพาะในด้าน Brightening, Anti-Aging และ Hydration โดย ผลิตภัณฑ์ NIVEA Skin Glow Serum ได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้บริโภค และสามารถก้าวขึ้นเป็นอันดับ 1 ในตลาดเซรั่มทั้งแบบขวดและแบบซองได้อย่างรวดเร็ว

ในปีนี้ นีเวียเตรียมเปิดตัวนวัตกรรมใหม่อีกหลายผลิตภัณฑ์ อาทิ Serum-Infused Micellar Face Cleanser, NIVEA Luminous Skin Glow Daily Fluid SPF50, NIVEA Sun Stick ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์ โดยเฉพาะในกลุ่ม Face Care ปิดท้ายด้วยนวัตกรรมผิวใต้วงแขนกับผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย Black & White สูตรใหม่

นอกเหนือจากนวัตกรรมเพื่อผิว นีเวียยังให้ความสำคัญกับความยั่งยืน ภายใต้กลยุทธ์ “Win with Care” โดยมุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมผ่านการลดการใช้พลาสติก การใช้บรรจุภัณฑ์รีไซเคิล การไม่ตัดไม้ทำลายป่า และการรักษาแหล่งน้ำ โดยผลิตภัณฑ์ของนีเวียปราศจาก Microplastic 100% ตั้งแต่ปี 2021 และสูตรกันแดดเป็นมิตรต่อปะการัง ขณะที่บรรจุภัณฑ์ได้รับการรับรอง FSC และมีการใช้วัสดุรีไซเคิลในหลายผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง นีเวียดูแลผิวของผู้บริโภคหลายล้านคนในทุกวัน จึงมาพร้อมกับความรับผิดชอบต่อโลก ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนควบคู่ไปกับนวัตกรรม เพราะเราเชื่อว่าการดูแลผิวและการดูแลโลกต้องเดินไปด้วยกัน

นีเวียจะยังคงเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมด้าน Skin Science อย่างต่อเนื่อง เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ พร้อมรักษาความเป็นผู้นำในตลาดสกินแคร์ทั้งในระดับโลกและประเทศไทยอย่างยั่งยืน